แอลกอฮอล์และฟอร์มาลดีไฮด์

       กรมสรรพสามิตแจ้งว่าในปี 2524 คนไทยดื่มสุรา 453 ล้านขวด สุราที่ดื่มกันทั่วไปได้จากการหมักข้าวและผลไม้ต่างๆ แต่ปรากฏมีการหมักสุราเถื่อน โดยดักแปลงวิธีใช้สารต่างๆ มาผสมด้วย เพื่อให้ได้แอลกอฮอล์เร็วขึ้น โดยไม่รู้ถึงพิษและอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายหลัง นอกจากนั้นภาชนะที่ใช้ในการกลั่นสุรามักบัดกรีด้วยตะกั่ว จึงอาจมีตะกั่วละลายเจือปนออกมาได้ ดังนั้นผู้ดื่มอาจจะได้รับพิษจากสารเหล่านั้น


        เอธิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสุราเถื่อนและสุราถูกกฎหมาย ประโยชน์ คือ ดื่มแล้วใช้ผ่อนคลายประสาท ทำให้รู้สึกสบาย ระงับปวด และใช้ทาผิวหนังเพื่อฆ่าเชื้อโรค 
โทษของเอธิลแอลกอฮอล์ คือ เมื่อดื่มมากทำให้ขาดสติ ถ้าดื่มเป็นประจำทำไห้เกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง นอกจากนี้ยังเกิดพิษต่อตับ อาจทำให้เกิดถึงแก่ความตายได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีวิธีการหาวิธีช่วยผู้ที่ติดสุราซึ่งต้องการเลิกแต่เลิกไม่ได้ โดยใช้ยาช่วย เช่น ไดซัลฟิแรม (Disulfiram) ซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า แอนตาบิวส์ (Antabuse) เมื่อรับประทานยานี้แล้ว เวลาดื่มสุราเข้าไปจะทำให้เกิดอาการ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะอย่างมาก ทำให้ไม่รู้สึกอยากดื่มสุราอีก แต่ห้ามใช้ยานี้กับบุคคลที่เป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก ตับอักเสบ ตับแข็ง เบาหวาน โรคจิต หญิงมีครรภ์ และผู้มีวัยเกิน 50 ปี รวมทั้งบุคคลที่รับประทานยาวัณโรคปอด ไอโซไนอาซิด (Isoniasid) และผู้ที่ใช้ยาแก้โรคตกขาวด้วยยาเมทโทรนิดาโซล (Metronidazole)


        เมธิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) หรือที่เรียกว่าแอลกอฮอล์ติดไฟ เป็นแอลกอฮอล์ที่ได้จากการกลั่นไม้ ปัจจุบันเป็นผลพลอยได้จากการสังเคราะห์ต่างๆ เช่นเนื้อใยเคมี เป็นต้น เมธิลแอลกอฮอล์มีราคาถูก ทำให้ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำมาผสมดื่มแทนสุรา จนได้รับอันตรายบ่อยๆ บางรายถึงตาย เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นฟอร์มาลดีไฮล์ (Formaldehyde) หรือกรดฟอร์มิก (Formic Acid) ซึ่งเป็นพิษต่อตา อาจทำให้ตาบอดได้ และยังทำลายสภาวะสมดุลของกรด-ด่าง ในร่างกายทำให้เกิดอาการต่างๆเช่น อ่อนเพลีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เป็นต้น

        ขนาดเมธิลแอลกอฮอล์ที่บุคคลกินแล้วตายประมาณ 60-250 มิลลิลิตร วิธีการแก้พิษคือ ให้ดื่ม เอธิลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 50 ขนาด ในปริมาณ 1.5 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ในวันที่เริ่มแรก แล้วจึงให้ดื่มเอธิลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 5 ทุก 2 ชั่วโมง


        ฟอร์มาลดีไฮล์
 เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ทำให้แสบจมูกแสบตา สามารถละลายในน้ำได้ถึงร้อยละ 40 โดยน้ำหนัก สารละลายที่ได้เรียกว่า ฟอร์มาลิน (Formalin) หรือน้ำยาดองศพ ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรค ดับกลิ่น และดองอวัยวะเพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย

        ขนาดฟอร์มาลินที่บุคคลกินตายประมาณ 60-90 มิลลิลิตร พิษของฟอร์มาลินทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ระบบการหายใจขัดข้อง และมีอันตรายต่อตา อาจทำให้ตาบอดได้

 

 

ที่มา : หนังสือความรู้เกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ ตอนที่ 1, 2 
กลุ่มพิษวิทยาและชีวเคมี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หน้า 11 - 12.
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2527, พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2542