แคดเมียม ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมกับการเกิดมะเร็ง

แคดเมียม ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมกับการเกิดมะเร็ง 

รจนา ชุณหบัณฑิต       
สำนักงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี      

 

การสัมผัสแคดเมียมจากสิ่งแวดล้อม

                คนทั่วไปได้รับแคดเมียมจากอาหาร เพราะแคดเมียมที่ใช้ในอุตสาหกรรมแล้วกระจายอยู่ในบรรยากาศ แคดเมียมรั่วไหลจากการทำเหมือง แคดเมียมจากปุ๋ยเคมีหรือของเสียที่นำมาทำปุ๋ยหมักต่างก็ปนเปื้อนลงสู่ดิน น้ำถูกดูดซึมโดยพืชที่เป็นอาหารทั้งของคนและสัตว์ หรือเข้าสู่สัตว์ที่เป็นอาหารโดยตรง อาหารที่มีแคดเมียมปนเปื้อนอยู่มากได้แก่  หอย ปู ปลาหมึก เครื่องในสัตว์โดยเฉพาะตับ ไต ส่วนพืชที่มีแคดเมียมสูงได้แก่ ธัญพืชเช่น ข้าว ข้าวสาลี โดยเฉพาะส่วนของรำข้าว  ผักใบเขียว มันฝรั่งและผักประเภทหัว เช่น แครอท แคดเมียมจากน้ำดื่มและอากาศเป็นนับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากสำหรับแคดเมียมที่คนได้รับเข้าไปทั้งหมด      

อาการพิษจากแคดเมียม

            แคดเมียมเป็นพิษต่อไตและกระดูก  เริ่มจากความเสียหายที่ท่อไต ตามด้วยการกรองของหน่วยไตเสียไปเมื่อเป็นมากเกิดไตวายได้ ส่วนกระดูกอาจมาจากฤทธิ์ของแคดเมียมโดยตรงหรือเป็นผลต่อเนื่องจากการเสื่อมของไตก็ได้ ตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่บอกได้ว่าร่างกายสะสมแคดเมียมจนถึงจุดเป็นอันตรายต่อทั้งไตและกระดูกคือ ระดับของแคดเมียมในปัสสาวะ 0.5-3 µg Cd /g creatinine ซึ่งระดับ 0.5 µg Cd /g creatinine   นี้สามารถพบได้แม้ในคนที่ไม่สูบุหรี่และไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อน ดังนั้นจึงอาจไม่มีขอบเขตความปลอดภัย (margin of safety) ระหว่างระดับแคดเมียมที่พบในคนทั่วไปกับระดับที่ทำให้เกิดพิษ นอกจากนี้ยังพบการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งและ อัตราการตายที่สูงขึ้นในผู้ที่สัมผัสแคดเมียมจากสิ่งแวดล้อม   

แคดเมียมกับอุบัติการณ์ของมะเร็ง 

            การศึกษาในเบลเยี่ยมพบว่าอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดจะสูงขึ้นโดยมีความสัมพันธ์กับ การเพิ่มระดับแคดเมียมในปัสสาวะ การสัมผัสแคดเมียมเพิ่มขึ้นในประชากรที่อยู่ใกล้เหมือง และ ความเข้มข้นของแคดเมียมในดินที่สูงกว่าบริเวณอื่น ที่ญี่ปุ่นในพื้นที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียมระดับของโปรตีน b2-M ในปัสสาวะมีความสัมพันธ์กับอัตราการตายด้วยโรคมะเร็งและอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งที่เพิ่มสูงขึ้น อุบัติการณ์ของมะเร็งอื่นๆที่มีการศึกษาว่าเกี่ยวข้องกับแคดเมียมได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งที่ไต

                แคดเมียมสามารถออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (metalloestrogen) ในสัตว์ทดลองที่ได้รับแคดเมียมระดับต่ำๆเท่ากับในสิ่งแวดล้อมจะมีอาการคล้ายกับการตอบสนองต่อเอสโตรเจนเช่น น้ำหนักมดลูกเพิ่มขึ้น เยื่อบุมดลูกหนา มีการเพิ่มของโปรเจสเตอโรนรีเซพเตอร์ ถ้าให้ที่มดลูกโดยตรงจะแสดงคุณสมบัติของ endocrine disruptor คือกระตุ้นให้มีการพัฒนาของต่อมน้ำนมและลักษณะทางเพศในสัตว์ทดลองเพศเมีย ในมนุษย์ศึกษาในหญิงวัยหมดประจำเดือนชาวสวีเดนถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดมะเร็งเยื่อบุมดลูกกับปริมาณแคดเมียมที่ได้รับเข้าไปกับอาหาร พบว่าในเวลา 10 ปีผ่านไปในผู้หญิงที่ได้รับแคดเมียมสูงกว่าค่าเฉลี่ยจะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งของเยื่อบุมดสูงขึ้น 2.9 เท่า

                แคดเมียมมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านมเช่นกัน กลุ่มผู้หญิงที่ได้รับแคดเมียมสูงสุดจะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมสองเท่าของกลุ่มที่ได้รับต่ำสุด นอกจากนี้ความเข้มข้นของแคดเมียมที่เนื้อเยื่อจากเต้านมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยังเพิ่มสูงขึ้น อาจจะแสดงถึงความสัมพันธ์ของแคดเมียมกับเอสโตรเจนรีเซพเตอร์

อ่านต่อ... คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดบทความนี้