อาหารกับการป้องกันมะเร็ง: บทสรุปจากรายงานการวิจัย

 


อาหารกับการป้องกันมะเร็ง: บทสรุปจากรายงานการวิจัย

ชนิพรรณ บุตรยี่
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล


                      รูปแบบการบริโภคอาหาร การดื่ม การออกกำลังกาย รวมทั้งส่วนประกอบของร่างกาย (bodycomposition) ที่แตกต่างกันของคนเชื้อชาติเดียวกันแต่ย้ายถิ่นพำนักไปอยู่ในภูมิภาคต่างๆ มีผลต่ออุบัติการณ์ของมะเร็งที่แตกต่างกันทั้งนี้ มีการยืนยันผลโดยการศึกษากลุ่มคนที่มีเชื้อชาติเดียวกันแต่ย้ายถิ่นพำนักไปยังประเทศอื่น เช่นชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบอัตราการเกิดมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (142 คน/ประชากรผู้ชาย 100,000 คน) สูงกว่าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น (69 คน/ประชากรผู้ชาย 100,000 คน) ซึ่งอัตราที่สูงนี้มากกว่าคนอเมริกันที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเสียอีก (90 คน/ประชากรผู้ชาย 100,000 คน) สาเหตุเนื่องมาจากแบบแผนการบริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเมืองและอุตสาหกรรม การได้มาซึ่งอาหารสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ชนิดของอาหารมักเป็นประเภทที่อุดมไปด้วยพลังงานหรือแคลอรี่ ไขมัน น้ำมัน น้ำตาล และมีส่วนประกอบของวัตถุเจือปนอาหาร มีการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ในขณะที่การบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของรากและหัวของพืชน้อยลง ในขณะเดียวกันวิถีชีวิตที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นมีผลให้การใช้พลังงานในชีวิตประจำวันลดลงมีผลต่อการเพิ่มจำนวนของคนอ้วนมากขึ้นจากการรวบรวมรายงานการวิจัยกว่า 7,000 เรื่องที่ทำการศึกษาวิจัยบทบาทความสัมพันธ์ของอาหารการออกกำลังกาย ภาวะน้ำหนักเกิน และความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่สรุปและรวบรวมไว้ใน The second expert report on Food, Nutrition, Physical activity, and the Prevention of Cancer: a GlobalPerspective ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2550 จัดทำโดย World Cancer Research Fund ร่วมกับ American Institute for Cancer Research โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารโภชนาการกับมะเร็งจากทั่วโลกได้นำเสนอรายงานดังกล่าวในรูปแบบของข้อแนะนำ (Recommendations) ในการบริโภคเพื่อการป้องกันมะเร็ง

หลักการจัดทำข้อแนะนำในการป้องกันมะเร็ง
                      คณะผู้เชี่ยวชาญได้นำหลักฐานงานวิจัยที่เชื่อถือได้มาพิจารณาโดยเป็นงานวิจัยทางระบาดวิทยาในแบบ cohort study และ case control เพื่อหาข้อสรุปของความสัมพันธ์ของอาหารประเภทต่างๆ วิถีชีวิต ภาวะร่างกาย การออกกำลังกาย สิ่งแวดล้อม กับความเสี่ยงต่อการเกิดหรือการป้องกันมะเร็ง โดยสรุปและจัดประเภทของหลักฐานเป็น 4 ระดับคือ 1. เป็นที่แน่นอน บ่งชัดเจน (Convincing) 2. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก (Probable) 3. ยังต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะสรุป (Limited-suggestive) 4. หลักฐานยืนยันน้อย ยังสรุปไม่ได้ (Substantial effect) ตารางที่ 1 แสดงข้อสรุปของความสัมพันธ์ของอาหาร วิถีชีวิต การออกกำลังกาย สิ่งแวดล้อมกับความ เสี่ยงต่อการเกิด หรือการป้องกันมะเร็งต่างๆ ที่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นที่แน่นอนบ่งชัดเจน ส่วนความสัมพันธ์ที่มีหลักฐานยืนยันว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากได้แสดงไว้ในตารางที่ 2 และ ตารางที่ 3 ข้อมูลที่ถูกจัดทำเป็น ข้อแนะนำ (Recommendations) ที่นำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ คือข้อมูลในส่วนที่มีหลักฐานงานวิจัยที่ระดับความน่าเชื่อถือจัดเป็นประเภทที่แน่นอนบ่งชัดเจน และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก .... อ่านต่อ คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดบทความนี้